Piyanas.com Forum

Audio & Video => มือใหม่หัดเล่น => ข้อความที่เริ่มโดย: Blue Falcon ที่ 09-09-2013, 12:08:19

หัวข้อ: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 09-09-2013, 12:08:19
   ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่า Review อันนี้เป็นสิ่งที่ผมทำขึ้นเองเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้กับผู้ที่เริ่มเล่นเครื่องเสียงได้มีข้อมูลพื้นฐานของสายไฟ AC Power Cord ที่ได้ยินได้เห็นกันบ่อยๆในตลาดซื้อขายบ้านเรา ก่อนตัดสินใจ upgrade เปลี่ยนแปลง หรือคิดจะเสียเงินซื้อสายซักเส้นเข้ามาในระบบ ซึ่งก็คงไม่ได้ลงถึงรายละเอียดเบื้องลึกมากมายนักนะครับ

   เวลาที่ผมมีโอกาสอ่าน Review ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของนักเล่นระดับประเทศ หรือหนังสือ Magazine ต่างๆ ผมมักจะมีความรู้สึกขัดใจบางอย่าง เพราะการวิเคราะห์อุปกรณ์อะไรซักอย่าง ก็มักจะเขียนถึงอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆเพียงชิ้นเดียว แล้วก็พูดว่าดีมาก ฟังเพลงนี้แล้วดี ได้ยินเสียงไพเราะปานนั้นปานนี้ ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้วก็ขึ้นอยู่กับมาตราฐานของผู้เขียนแต่ละคน โดยไม่มีการเปรียบเทียบกับสายรุ่นอื่นยี่ห้ออื่นๆให้เห็นกันเท่าไหร่ ซึ่งต่างกับในต่างประเทศ หรือในวงการอื่นๆก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบรถSport ชั้นนำในต่างประเทศ ก็มักมีการเอารถหลายๆยี่ห้อ ในสนนค่าตัวพอฟัดพอเหวี่ยงกันมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกันแบบจะๆ ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ซึ่งในกรณีนี้ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะผู้เขียนไม่ต้องการให้มีการกระทบยี่ห้ออื่นซึ่งอาจไม่พอใจกับผลที่ออกมาได้ อย่างไรก็ตามการเปรียบเทียบหลายๆรุ่น หลายๆยี่ห้อนั้น ทำให้เรามีหลักมาตราฐานในใจที่ชัดเจนขึ้น เพราะหนึ่งในตัวเลือกนั้น อาจเป็นสิ่งที่เรามีข้อมูล หรือเคยได้เห็นได้สัมผัส ทำให้เราใช้เป็นจุดอ้างอิงได้ ไม่ใช่เพียงคำพูดพร่ำพรรณาโวหาร โดยที่ผู้อ่านไม่สามารถรู้ถึงมาตราฐานของผู้เขียนได้
   โดยสายที่ผมเลือกมาทั้งหมดนี้ ก็มาจากเหตุผลง่ายๆ ว่าเป็นสายที่ผมใช้อยู่ในชุดเครื่องเสียงของผมนั่นเองครับ  {ho}
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสายไฟและหัว ที่ได้มาจากร้านปิยนัส แต่ก็ได้เพิ่มสายยี่ห้อดังๆในต่างประเทศเข้ามาให้ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมกันอีกนิดหน่อยนะครับ  เอาล่ะ..ไปชมโฉมหน้าผู้เข้าแข่งขันกันได้เลยครับ
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-4A36_522D56AC.jpg)
1 AudioQuest NRG-10 เข้าหัว AudioQuest NRG-500 (1.5 m.) [ราคาประมาณ 20,000]
2 JPS Labs In-Wall เข้าหัว Furutech F11(Rhodium) (1.8 m.) [ราคาประมาณ 11,000]
3 JPS Labs AC+ (2 m.) [ราคาประมาณ 18,000]
4 Furutech Alpha-3 เข้าหัว Furutech F50(Carbon) (1.5 m.) [ราคาประมาณ 27,000]
5 Nordost Heimdall II (2 m.) [ราคาประมาณ 31,000]
6 WireWorld Silver Electra 7 (1.5 m.) [ราคาประมาณ 26,000]
นอกจากนี้ ก็มีสายที่ผมเล็งๆเตรียมนำเข้ามาประจำการในระบบอีก 2-3 เส้น ซึ่งจะนำมาเข้าร่วมReview ในภายหลังนะครับ
เช่น Acoustic Art Silver, NeoTech NEP-1001 Pure Silver, Kimber Kable PK-10

   ในส่วนของการทดสอบนั้น ผมใช้ทั้ง ระบบ Audio 2 Chanel และ ระบบ Home Theater 5.1 โดยมีอุปกรณ์หลักๆคือ
Audio 2 Chanel ซึ่งใช้ Pre Amp ต่อ Power Amp แบบแยกขับย่านเสียงสูง และเสียงต่ำ
Home Theater 5.1 ใช้ AVR ต่อ Pre Out เข้า Power Amp แยกขับเสียงสูง เสียงต่ำสำหรับคู่หน้า และPower Amp ขับ Center อีกตัว ซึ่งมีรายละเอียดของ System ดังนี้
Power Socket : Wattgate 381(Rh)
Power Chord  : Magnet CPS-8 SE

BDP   :  OPPO BDP-103
HDMI :  AudioQuest Coffee
HDP  :  DUNE Base3D
HDMI :  Monster Ultimate 1000HD
CD     :  Rotel RCD-965BX
RCA   :  AudioQuest Columbia
AVR   :  YAMAHA RX-A2020
Pre Amp (L+R)            : Rotel RC-970BX
Power Amp (L+R)(Hi) : Rotel RB-970BX
RCA   :  AudioQuest SKY
Power Amp (L+R)(Lo) : Rotel RB-970BX
RCA   :  AudioQuest Colorado
Power Amp (C)            : Rotel RB-970BX
RCA   :  Neotech nevd 2001 Pure Silver

Front  :   MISSION 753 Freedom
Front Cable(Hi) : NeoTech SPC Pure Silver 4mm
Front Cable(Lo) : AudioQuest OAK
Center  :   KEF R-600C
Center Cable : NeoTech SPC Pure Silver 4mm
Surround  : KEF LS50
Sub woofer  : Polk Audio PSW-111
Sub Cable : (Bi)WireWorld Equinox 7 & AudioQuest Sub-1


ในการทดสอบ ผมจะเปรียบเทียบโดยสลับเปลี่ยนแบบ AB ใน 4 จุดหลักๆ ด้วยกันคือ
1.   เครื่องกรองไฟ
2.   เครื่องเล่น (CD, BDP)
3.   Power Amp ย่านเสียงสูง (ต่อตรงเข้าปลั๊กผนัง)
4.   Power Amp ย่านเสียงต่ำ (ต่อตรงเข้าปลั๊กผนัง)

ผลการทดสอบที่ได้

1 AudioQuest NRG-10 เข้าหัว AudioQuest NRG-500 (1.5 m.) [ราคาประมาณ 20,000]
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-0973_522D56E0.jpg)
   สายจากค่ายดัง(สุดๆ)เส้นนี้ เป็นสายจากประเทศอเมริกา ซึ่งจะมีรุ่น AudioQuest NRG-10 แบบ package ด้วย แต่ผมตัดสินใจใช้แบบแบ่งตัด เพื่อเข้าหัวเป็นรุ่น NRG-500แทน โดยใช้วัสดุทองเป็นองค์ประกอบหลัก AudioQuest ยังคงพัฒนาเทคโนโลยี PSC+ สืบเนื่องตามกันมาจากรหัสเก่า คือ NRG-5 แต่ได้ลดความพุ่งและความจัดจ้านลงไป ทำให้เกิดบุคลิกหลักๆคือ ความนุ่มนวลและหนักแน่น ประกอบกับความหวานที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
   ผมเริ่มการทดสอบโดยใช้ขับเสียงในย่านต่ำ ซึ่งAQ ทำได้ดีมาก เสียงมีน้ำหนักและมีพลัง มวลเสียงอิ่มแน่น แต่ให้ความนุ่มนวล ไม่ดุดัน เสียงเบสชัดเจน มีการทอดตัวนิดๆ ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้ ผมเริ่มมีความคิดว่า สายเส้นนี้เกิดมาเพื่อจุดที่ต้องการพลังอย่างสูง และความอิ่มแน่นของเสียงย่านต่ำ ทำให้คงไม่เหมาะกับการขับเสียงย่านสูงเป็นแน่ แต่เมื่อได้ลองฟังเข้าจริงๆในการใช้ขับเสียงย่านสูง ถึงแม้จะไม่ได้เสียงร้องที่โปร่ง และสดใส ชัดเจนมากนัก แต่ผมกลับต้องอึ้ง ตะลึงกับความนุ่มนวล กลมกล่อม บวกกับความหวานจากเสียงร้องที่ทอดตัวได้ยาว ทำให้ฟังได้อย่างลื่นหู และยังสามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของสายลำโพงเงินแท้ 100% ที่ใช้ขับในย่านสูงอยู่ โดยไม่ออกอาการ”สด”เกินไป ให้เห็นแม้แต่น้อย แม้จะเร่งเสียงให้ดังขึ้นเท่าไหร่ ก็ไม่มีลูกเจี๊ยวจ๊าว บาดหูให้ได้ยินเลย ทำให้ผมต้องรีบท่องให้ขึ้นใจเลยว่า เจ้านี่เป็นตัวเก็งสำหรับ Power Amp ย่านความถี่สูงของผมแน่ๆ
   หลังจากนั้น ผมเริ่มนำมาทดลองกับเครื่องเล่น OPPO ดูบ้าง ความรู้สึกที่ได้ ยังไม่ประทับใจเท่าที่ควร ซึ่งน่าจะเกิดจากสายเส้นนี้เหมาะกับจุดที่ใช้กำลังสูงๆ อย่างเครื่องกรองไฟ หรือPower Amp มากกว่า ประกอบกับบุคลิกที่ให้เสียงอิ่มแน่นมีพละกำลัง จึงทำให้เสียงฟังดูทุ้ม และได้ความโปร่งชัดกับรายละเอียดเพียงระดับกลางๆ และผลที่ได้เมื่อใช้กับCD Player ก็ไม่ต่างกันมากนัก แต่ก็ให้น้ำเสียงที่ไพเราะกว่าเล็กน้อย  สุดท้ายเมื่อลองนำมาใช้กับเครื่องกรองไฟ สามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของหัว NRG-500 ออกมาได้อย่างเด่นชัด เสียงสามารถแสดงออกถึงรายละเอียดออกมาได้อย่างครบถ้วนในทุกย่านความถี่ โดยถึงแม้ในช่วงพีคแค่ไหนก็ไม่มีอาการกำลังไม่พอออกมาให้เห็นเลย แต่ก็แฝงลักษณะเฉพาะของสายให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่จุดไหนก็ตาม

2 JPS Labs In-Wall เข้าหัว Furutech F11(Rhodium) (1.8 m.) [ราคาประมาณ 11,000]
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-AC0D_522D56F9.jpg)
   สาย In-Wall เส้นแดงแปร๊ด จากค่าย JPS Labs ซึ่งก็เป็นอีกค่ายดังจากฝั่ง US เช่นกัน โดยจริงๆแล้วเป็นสายแบ่งตัด ที่ใช้เดินภายในห้องระดับ Hi-End แต่เนื่องจากคุณภาพที่สูงเกินราคา จนทำให้เกิดความนิยมนำมาทำสายไฟต่อท้ายเครื่อง ซึ่งคู่แท้ที่ตามหากันจนเจอก็คือเจ้าหัว Furutech นั่นเอง ส่วนจะใช้หัวทองหรือโรเดียม ก็แล้วแต่แนวเสียงที่ต้องการล่ะครับ สำหรับสายเส้นนี้นั้น มีความโดดเด่นในด้านความโปร่งใส และรายละเอียดที่ดี ให้ความสว่าง และชัดเจนได้เกินราคาไปไกลเลยทีเดียว
   สำหรับเจ้า In-Wall เส้นนี้ก็เป็นที่พอทราบกันอยู่แล้วว่าเหมาะกับพวกเครื่องเล่นต่างๆ รวมถึง DAC หรือภาค Pre ซึ่งต้องการรายละเอียดที่ดีมากกว่าพละกำลัง  เพราะฉะนั้นผมจึงขอฟังข่าวดีก่อนแล้วกัน โดยจับเข้าทดลองกับเครื่องเล่น CD Rotel หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลองเปลี่ยนสายไฟไปหลายเส้นแล้วในตำแหน่งนี้ เมื่อถึงคราว in-wall ได้ทำหน้าที่ ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับผลลัพธ์ที่ได้ เพราะสายเส้นนี้สามารถกินสายไฟราคาสูงกว่าเป็นเท่าตัวได้กระจุยกระจาย เสียงที่ได้มีความโปร่ง สดใส ฟังสบาย เสียงร้องและรายละเอียดชัดเจน ทอดตัวได้ดี เสียงเบสและการควบคุมจังหวะก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ต่างกับเส้นอื่นๆเช่น NRG หรือแม้แต่รุ่นพี่อย่าง AC+ ที่ยังออกอาการทึบกว่าเล็กน้อย อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากหัว Rhodium ซึ่งช่วยถ่ายทอดรายละเอียดและความสว่างสุกใสเพิ่มเข้ามาให้จนได้ความกลมกล่อมที่ลงตัว ซึ่งเมื่อมาถึง ณ จุดนี้ ผมขอแนะนำได้อย่างไม่กลัวเสียหน้าเลยว่า ท่านใดที่กำลังมองหาสายไฟซักเส้นมาใช้กับเครื่องPlayerของท่านในราคาราวๆ 1 หมื่นแล้วล่ะก็ JPS Labs In-Wall + Furutech เส้นนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอนครับ
   เอาล่ะหลังจากได้ฟังข่าวดีกันไปแล้ว ลองสลับตำแหน่งกันดูบ้าง เมื่อต่อกับเครื่องเล่น Blu-ray OPPO ก็ยังคงใกล้เคียงกับเดิม แต่จะไปได้ไม่สุดเท่าเครื่องเล่น CD ซึ่งดู match กว่าเล็กน้อย และ เมื่อนำสายเส้นนี้มาใช้กับ Power ย่านความถี่ต่ำ ก็ได้เสียงที่มีความกลมกล่อม แต่ยังขาดความกระชับและหนักแน่นของเบส และเสียงกระเดื่องจากกลอง ซึ่งยังมีอาการทอดตัวอยู่นิดๆ เวทีและมิติของเสียงทำได้ในระดับกลางๆ แต่การควบคุมจังหวะและเสียงย่านกลางก็ยังทำได้ไม่เลวทีเดียว และเมื่อขยับมาใช้ขับย่านเสียงสูงนั้น ได้ผลที่น่าพอใจขึ้นอีกเล็กน้อย เสียงร้องมีความสดใสและชัดเจน สายสามารถนำข้อดีต่างๆเมื่ออยู่กับPlayer ตามมาแสดงให้เห็นได้บ้าง แม้จะdropลงไปนิดๆก็ตาม สุดท้ายคือการลองในตำแหน่งเครื่องกรองไฟ อาจเป็นเพราะใช้กับหัว Furutech รุ่นเริ่มต้นเท่านั้น (F11) จึงมีอาการเอาไม่อยู่ให้เห็นบ้างเล็กน้อย รายละเอียดบางอย่างลดน้อยลง Dynamic ของเสียงไม่เด่นชัดอย่างที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามต้องอย่าลืมว่าสายเส้นนี้ต้องแบกน้ำหนักขึ้นชกค่อนข้างเยอะ ด้วยสนนราคาค่าตัวที่ต่ำกว่าคู่ต่อสู้ค่อนข้างมาก ซึ่งอีกไม่ช้าผมจะลองนำหัว F28(R) มาแทนที่ ถึงตอนนั้นรุ่นพี่ๆคงต้องมีหนาวกันบ้างล่ะครับ กับสายที่คุ้มค่าเงินที่สุดเส้นนี้

3 JPS Labs AC+ (2 m.) [ราคาประมาณ 19,000]
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-2E3F_522D5712.jpg)
   มาถึงคิวสายรุ่นพี่จาก JPS Labs ดูบ้าง สายเส้นนี้เป็นสายแบบ Package รุ่นยอดนิยมอีกรุ่น เนื่องจากเป็นรุ่นรองจากสายสุด Hi-End ของค่ายนี้ ซึ่งก็คือ JPS Labs Kaptovator และ Aluminata ในตำนาน แต่ด้วยสนนราคาค่าตัวราว 5 หมื่น – หลักแสนบาท ทำให้ผู้ที่งบยังไม่ถึงก็ลงมาจับต้องเจ้า AC+ แทนได้อย่างไม่เสียหาย เพราะ AC+ นั้นเป็นสายที่มีความลงตัวสูง สามารถใช้ได้กับทุกๆตำแหน่งโดยไม่มีอาการ”หลุด”ให้เห็นแม้แต่น้อย สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับผมก็คือ แม้จะเป็นสายจากคนละค่าย แต่เจ้า JPS Labs AC+ กลับมีแนวเสียงที่ได้ใกล้เคียงกับ AudioQuest NRG-10 + NRG-500 ซะเหลือเกิน จนตั้งเงี่ยหูฟังอยู่หลายรอบกว่าจะจับความแตกต่างได้
   ผมเริ่มต้นทดลองเจ้านี่กับ Power ในย่านความถี่ต่ำ ผลที่ได้ใกล้เคียงกับ AQ เหลือเกิน เสียงมีความหนักแน่นแต่นุ่มนวลและไหลลื่น เสียงเบสนั้นมีพลัง โดยมีการทอดตัวนิดๆ มีความกระชับระดับกลางๆ ถึงแม้ AC+ จะให้เสียงที่หนักแน่นทรงพลัง แต่กลับรู้สึกฟังสบาย โดยไม่มีอาการรบเร้าให้รู้สึกเครียดแต่อย่างใด หากทดลองในยามวิกาลก็อาจจะเผลอหลับได้เลยทีเดียวล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยรีบลุกไปเปลี่ยนเข้า Power ย่านเสียงสูงก่อนที่จะหลับเข้าจริงๆดีกว่าครับ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ แม้จะทำได้ดีเช่นกันโดยแทบไม่มีข้อบกพร่อง เสียงมีความกลมกล่อมละมุนละไม รายละเอียดต่างๆทำได้ดีทีเดียว แม้จังหวะร้องเสียงสูงที่เร่งจนพีค ก็ไม่มีอาการหลุดหรือออกลูก”คม”ให้เห็น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ความน่าทึ่งที่ AQ ทำไว้ในจุดนี้ ก็ยังไม่สามารถลบล้างออกไปได้ง่ายๆ
   ผมขยับต่อไปในตำแหน่ง Player ซึ่งเมื่อได้ยินแล้วก็มีความคิดว่า AC+ นั้น อาจจะไม่ได้เหมาะกับตำแหน่งนี้ที่สุด แต่ก็ฟังได้ไพเราะระดับนึงทีเดียว สายทำได้ดีในด้าน เวทีและมิติเสียงที่ดี มีความลึกสูง การควบคุมจังหวะและ Dynamic ทำได้ดี อาจจะฟังไม่โปร่งและสดใสนัก ความชัดเจนยังคงมีอยู่ในระดับนึง สุดท้ายก็นำมาทดสอบกับเครื่องกรองไฟ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง AC+ ทำได้ดีไม่เป็นรองคู่แข่งอื่นๆเลย เสียงมีความหวานผสมผสานกับรายละเอียดและจังหวะจะโคนที่ชัดเจน เสียงร้องทอดตัวได้ยาว เสียงกลางและต่ำแสดงออกมาได้หนักแน่นและทรงพลัง โดยมีจุดเด่นที่การควบคุมจังหวะที่ลงตัวในทุกตัวโน้ต รวมถึงการแยกเครื่องเล่นแต่ละชิ้นได้ดี ให้เวทีและมิติของเสียงได้อย่างลงตัว จึงสรุปได้ว่า JPS Labs AC+ เป็นสายที่ยกระดับ System ได้อย่างดี และไม่ใช่ประเภทยาแก้โรคต่างๆ เพราะมันมีคุณสมบัติของการเป็นตัวยืนอย่างครบถ้วน และสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ทุกประเภทเลยครับ

4 Furutech Alpha-3 เข้าหัว Furutech F50(Carbon) (1.5 m.) [ราคาประมาณ 27,000]
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-CAC4_522D5773.jpg)   
   ผมSet up สายเส้นนี้ขึ้นมาเนื่องจากความคันอยากรู้บางอย่าง ซึ่งมีที่มาจากความยอดเยี่ยมของหัวปลั๊ก Furutech ที่สร้างความประทับใจให้กับหลายๆคนมาแล้วมากมาย วันนึงก็เลยมีความคิดว่า ในเมื่อ Furutech นั้นมีความชำนาญในด้านสายไฟอย่างล้นหลาม ถ้านำของที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีของ Furutech มาทำสายไฟซักเส้น คงจะได้อะไรที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้ ว่าแล้วก็นำสาย Alpha-3 ซึ่งเป็นสายไฟที่ดีที่สุดของค่ายนี้ มาเจอกับหัว F50 Carbon ซึ่งเป็นหัวปลั๊กที่ดีที่สุดของ Furutech เช่นกัน ผลจะเป็นเช่นไร
   ผมเริ่มตั้งสมมติฐานว่า Alpha 3 + Carbon นั้นคงเป็นสายที่ให้พละกำลังได้อย่างเหลือล้นไม่มีวันหมดสิ้นกันเลยทีเดียว จากข้อมูลที่ได้อ่านได้ฟังมา จึงเริ่มโดยนำมาขับ Power เสียงย่านต่ำ เมื่อเปิดฟังเพลงแรกผมก็เผลอยิ้มออกมาไม่หุบเลยทีเดียว เสียงเบสมีกำลังกว่าสายเส้นอื่นๆที่เคยได้ลองมาแทบทุกเส้นถึงแม้จะเปิดvolumeเท่ากัน เสียงมีกำลังสูงมาก และที่น่าประทับใจไปมากกว่านั้นคือเบสมีความกระชับออกมาเป็นลูกๆอย่างชัดเจน หัวโน้ตมีความคมชัด และเก็บตัวได้เร็ว จนผมแทบลืมไปเลยว่า Sub ที่ใช้อยู่เป็นเพียง Polk PSW-111 เท่านั้น ว่าแล้วก็ขอฟังต่อไปอีกหลายต่อหลายเพลง ก่อนจะเปลี่ยนไปขับย่านเสียงสูงดูบ้าง ผลที่ได้ยังคงน่าประทับใจเช่นเคย เสียงมีรายละเอียดระยิบระยับ ปลายเสียงมีความพริ้วไหว และชัดเจนอย่างมาก แต่เมื่อฟังไปซักระยะก็รู้สึกว่ามีความชัดและมีอาการพุ่งเจือปนอยู่เล็กน้อย เนื่องด้วยตัวสาย Alpha-3 นั้นมีส่วนผสมของเงินอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกัน รวมถึงหัว F50 Carbon นั้น ก็ยังคงใช้ Rhodium เป็นส่วนผสมหลักอยู่ จึงไม่น่าแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากนัก แต่ก็เป็นอาการที่เล็กน้อยเท่านั้นซึ่งจะมีโอกาสได้ยินเฉพาะบางเพลงในบางท่อนจริงๆ
   หลังจากนั้นผมก็มาลองเสียบกับ Player ดูบ้าง คราวนี้ Furutech ทำได้ในระดับกลางๆ ถึงแม้จะมีความไพเราะ แยกเครื่องดนตรีได้อย่างชัดเจนและสมจริงทุกชิ้น เวทีเสียงเปิดกว้าง โปร่งและสดใสเป็นประกาย แต่บางครั้งก็มีอาการคมอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับบาดหู  สุดท้ายเมื่อลองในตำแหน่งเครื่องกรองไฟ รอยยิ้มที่หุบหายไปก็เริ่มเผยอกลับมาอีกครั้ง สายเส้นนี้ช่วยยกระดับ system ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด โดยมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆและความหนักหน่วงเมื่อถึงจังหวะโหมของเครื่องดนตรีทุกชิ้นขึ้นมา ซึ่งแสดงออกมาให้ได้ยินอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งเสียงเบส เครื่องดนตรี และเสียงร้องดูมีพลัง เหมือนได้ค่าจ้างเพิ่มกันทั้งวงเลยทีเดียว ซึ่งก็สมคำร่ำลือว่าทั้ง Alpha 3 และหัว Carbon นั้นสามารถปลดปล่อยพละกำลังได้อย่างล้นเหลือจริงๆครับ
   
5 Nordost Heimdall II (2 m.) [ราคาประมาณ 31,000]
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-EA08_522D573B.jpg)
   สายเส้นนี้เป็นสายที่ผมใฝ่ฝันอยากได้มานานแล้ว เนื่องจาก Nordost เป็นค่ายที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานานของอเมริกา นักเล่นรุ่นเก่าๆมักจะพูดถึงกันอยู่เสมอๆ โดยปัจจุบันก็มีรุ่น 2 ออกมาแทนรุ่น 1 ซึ่งเป็นดาวค้างฟ้ามายาวนานเลยทีเดียว โดยมีรุ่นเริ่มต้นคือ Purple Flare, Blue Heaven, Red Dawn และเมื่อขยับมาเป็นรุ่นสูงขึ้นก็จะเป็น Heimdall, Frey, Valhalla และรุ่น Flag Ship อย่าง ODIN โดยเหตุที่เลือกรุ่น Heimdall 2 นั้นก็เพราะเป็นรุ่นที่ขยับมาใช้เทคโนโลยีแกนนำเดียวกันกับรุ่น Valhalla อันโด่งดังนั่นเองครับ จึงถือว่าเป็นรุ่นคุ้มค่าสำหรับหลายๆคนที่มองสายไฟจากค่ายนี้อยู่
   เมื่อเริ่มต้นทดลองกับเครื่อง CD Player เสียงที่ได้มีความสดใสและชัดเจน รายละเอียดระยิบระยับต่างๆมีให้ครบแบบไม่ต้องไปหาที่ไหนอีก เสียงร้องมีความหวานหางเสียงทอดตัวได้ยาว แต่เสียงเบสกลับมีอาการหุบลงไปเล็กน้อย(จริงๆก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่หรอกครับ เพราะ Nordost ก็มีเอกลักษณ์ในด้านนี้อยู่แล้ว) แต่โดยภาพรวมถือว่าทำได้ดีไม่ใช่เล่น เพราะสิ่งที่ชดเชยมาให้นั้นมันยอดเยี่ยม จนต้องยอมรับว่าหากท่านไม่ใช่คอเบสที่เน้นเสพเสียงเบสกันหนักหน่วงจริงๆแล้วล่ะก็ Heimdall II เส้นนี้คงเป็นหนึ่งในสายที่ถอดไม่ค่อยจะออกเลยทีเดียวครับ หลังจากนั้นผมก็ขยับไปใส่กับเครื่องกรองไฟดู สายสามารถยกระดับเครื่องเสียงขึ้นมาได้เช่นกัน ความกลมกล่อมละมุนละไม และจังหวะจะโคนต่างๆทำได้ดีทีเดียว แต่ก็คงต้องมาตกม้าตายที่เสียงเบสเช่นเดิมซึ่งก็ยังคงผ่อนลงไปอย่างที่สังเกตุได้ไม่ยาก
   เอาล่ะ..มาลองขับเสียงเบสตรงๆให้รู้กันไปเลย โดยผมนำมาเสียบ Power Amp ที่ใช้ขับย่านความถี่ต่ำ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าน่าผิดหวังจริงๆครับกับหน้าที่นี้ เสียงเบสฟังดูผ่อนลงไปเยอะ แม้จะได้ความสะอาดและความกระชับประกอบกับตัวโน้ตที่แยกแยะได้ดี แต่ก็ต้องเดินไปเร่ง volume ขึ้นอีกหลายระดับจึงจะช่วยให้ดีขึ้น   สุดท้ายเมื่อนำมาขับเฉพาะย่านเสียงสูง และตัดเสียงเบสทั้งหลายทั้งมวลออกไปจนหมดสิ้น โอ้โห..คราวนี้ล่ะครับ ต้องบอกว่าสมราคาคุย Heimdall II ทำได้ดีมากกับตำแหน่งนี้ ความไพเราะอ่อนหวาน และรายละเอียดระยิบระยับเป็นประกายสุกใส ซึ่งหาที่ติแทบไม่เจอ ทำให้ฟังเพลงเดิมๆได้ไพเราะขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา เสียงมีความสมดุล จนต้องขอฟังแถมต่ออีกหลายเพลง และเมื่อมาถึงจุดนี้ก็ทำให้ผมนึกเปรียบเทียบกับ AQ NRG10+NRG500 ขึ้นมาเลย เพราะต่างทำหน้าที่ในการขับเสียงสูงได้อย่างไม่เป็นรองกัน โดย AQ จะได้เสียงที่อิ่มแน่น เนื้อร้องหวานและทอดตัวได้ดีกว่า  แต่ Nordost จะเอาชนะได้ในด้านเสียงปลายที่พริ้วไหวเป็นประกาย ความระยิบระยับกรุ๊งกริ๊งของชิ้นดนตรีที่มีให้ได้ยินกันอย่างไม่มีเบื่อ ก็คงสรุปได้ว่า Nordost ก็ยังคงเป็น Nordost วันยังค่ำ หากนี่เป็นสิ่งที่ท่านค้นหา Heimdall II ก็คงเป็นคำตอบในใจเส้นแรกๆที่ท่านไม่ควรมองข้ามในบรรดาสายไฟงบราวๆ 3 หมื่นเส้นนี้ครับ

6 WireWorld Silver Electra 7 (1.5 m.) [ราคาประมาณ 26,000]
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-F2CB_522D579A.jpg)
   มาถึงเส้นสุดท้ายกันแล้วนะครับ WireWorld เป็นค่ายดังของฝั่ง US ซึ่งมีชื่อเสียงมานานและเป็นที่นิยมในประเทศผู้ผลิตเป็นอันมาก มักได้รับรางวัลการันตีอยู่ไม่ขาดสาย แต่ยังไม่ถึงกับเป็นที่แพร่หลายในบ้านเรานัก โดยที่ WireWorld เริ่มมีชื่อเสียงคุ้นหูมาจาก Series 5 และได้พัฒนาต่อมาเป็น 5.2, 6 และมาถึงรุ่น 7 ในปัจจุบัน ซึ่งใช้แกนนำทองแดงบริสุทธิ์คู่ขนาน พร้อมทั้งใส่เทคโนโลยีขจัดเสียงรบกวน เพื่อเพิ่มความสงัดและรายละเอียดที่ดีขึ้น ในส่วนของสายไฟนั้นจะมีด้วยกัน 5 รุ่น คือ Platinum Electra, Silver Electra, Electra, Aurora และ Stratus สำหรับสาย Silver Electra 7 เส้นนี้เป็นรุ่นรองท็อปสูงสุดของ WW
   ก่อนจะเริ่มฟังเจ้าสายเส้นแบนเส้นนี้ ผมขอเล่าให้ฟังซักนิดว่า ผมเคยได้ยินเรื่องการเบิร์นสายไฟมาก็บ่อย แต่ก็ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญนัก เพราะส่วนใหญ่เมื่อพ้นเบิร์น ผมก็เห็นความแตกต่างเพียงไม่เกิน 5%เท่านั้น แต่กับเจ้า WW7 เส้นนี้ โอ้โหมันแตกต่างราวฟ้ากับเหวเลยครับ แรกเริ่มเดิมทีเมื่อลองแกะฟังใหม่ๆ ผมอยากจะร้องไห้กับราคาค่าตัวที่ซื้อมาเหลือเกิน มีความรู้สึกอยากจะโยนทิ้งไปให้พ้นๆ แต่ก็เสียดาย เลยทนๆฟังไป หลังจากเวลาผ่านพ้นไปเรื่อยๆ เมื่อพ้น 100 ชม.ความพยศที่เคยมีมาก็ถูกทำให้เชื่องขึ้น WW7 เริ่มแสดงศักยภาพออกมาให้ได้เห็น ถึงตอนนี้ก็พร้อมจะขึ้นสังเวียนประลองกับคู่แข่งแล้วครับ
   ผมเริ่มต้นจากตำแหน่งเครื่องกรองไฟ เสียงที่ได้ยินบอกได้คำเดียวเลยว่า WW เส้นนี้เป็นสายที่มีพละกำลังสูงอย่างไม่เป็นรองใครเลยครับ เสียงมีความหนักแน่น ดุดัน อีกทั้งรายละเอียดต่างๆ ของทั้งเนื้อร้องและชิ้นดนตรีถูกขับขานพรั่งพรูออกมาอย่างเหลือรับประทาน เอาเป็นว่าเสียงไหนเคยได้ยินเฉพาะสายเส้นโน้นเส้นนี้ พอมาถึงคิวเจ้า Silver Electra 7 ก็จัดมาให้หมด ไม่ต้องกลัวขาดตกบกพร่อง แต่สิ่งที่รู้สึกขาดไปคือความกลมกล่อมละมุนละไมของดนตรี รู้สึกเหมือนนักร้อง นักดนตรีแต่ละคนแย่งกันโชว์พลังของตัวเองแบบไม่ค่อยสนโลกเท่าไหร่ เสียงเพลงยังขาดความผ่อนคลายที่ลงตัว พอกลัวจะเริ่มเครียดก็เลยเปลี่ยนไปใส่ที่ Player ดูบ้าง จุดเด่นจุดด้อยต่างๆยังคงไม่ต่างจากเดิม แต่การคุมจังหวะดนตรียังทำได้ไม่ดีนัก
   หลังจากนั้นก็มาลองกับ Power Amp ย่านความถี่ต่ำดูบ้าง ณ จุดนี้ WW7 ทำคะแนนตีเสมอ พร้อมยิงประตูแซงคู่แข่งแบบถล่มทลายเลยทีเดียวครับ เสียงเบสมีความหนักแน่นทรงพลัง ออกตัวได้อย่างกระชับ มาเป็นลูกๆชัดเจน จนฟังเสียงโน้ตออกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำได้ดีกว่าสายทุกเส้นที่เคยลอง จะกินกันไม่ลงก็เพียง Furutech Carbon เท่านั้น ผมบอกกับตัวเองไว้เลยว่า จะจัดเจ้านี้จะไปอยู่กับ SubWoofer ของผมแบบลืมถอดไปเลย มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆครับ สุดท้ายของท้ายสุดก็จัดไปลองขับด้านเสียงสูงดูบ้าง ผลที่ได้ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับนึง เสียงร้องมีความชัดเจน รายละเอียดดี แม้จะไม่หวานละมุนมากแต่ก็อาจจะเข้าทางบางคนได้ไม่ยาก


   เอาล่ะครับเมื่อได้ลองกันไปครบทุกเส้นแล้ว ผมก็ทำตารางสรุปคะแนนออกมาให้เห็นกันจะๆ ซึ่งก็เป็นดังนี้

(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-C523_523ABE0F.jpg)
  แก้ไขคะแนนล่าสุด เมื่อ 19/09/13
   เมื่อถึงตรงนี้ผมต้องบอกก่อนนะครับว่า ข้อมูลทุกอย่างรวมถึงตัวเลขที่เห็นทั้งหมดมาจากความคิดเห็นของผมและเพื่อนๆบางคนเท่านั้น ไม่สามารถนำไปเป็นหลักเกณฑ์ตายตัวได้ เพราะต่างคนก็ต่างมาตราฐานต่างความชอบครับ ไม่เช่นนั้นทุกท่านก็คงเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียงยี่ห้อเดียวกันหมด หรือคนชอบเพลง Hip Hop กับคนชอบเพลง Classic ก็คนเถียงกันจนโลกแตกว่าเพลงไหนมันเพราะน่าฟังกว่ากัน ผลลัพธ์สุดท้ายก็อยู่ที่หูน้าๆทุกคนนั่นแหละครับ ชัวร์ที่สุดในโลก
   แต่ก่อนจบขอบอกความลับอะไรบางอย่างครับ เมื่อผมได้ข้อสรุปและนำสายที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละจุด ไปจัดเข้าประจำการในตำแหน่งถนัดของมันอย่างพร้อมหน้า เรียกว่าทีมรวมดาราชุดใหญ่เลยทีเดียว ผลที่ได้กับไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดตามที่คิดไว้ ผมกลับรู้สึกว่าเคยสับไปสับมาบางจังหวะแล้วมันฟังเพราะกว่านี้ นี่ล่ะครับ เสน่ห์ของการเล่นเครื่องเสียง ไม่ใช่ว่าการนำสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละจุดมายำเข้าด้วยกัน แล้วมันจะดีที่สุดเสมอไป ถ้างั้นมันก็ไม่มันส์น่ะสิครับ {Z}
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: arte ที่ 09-09-2013, 12:16:09
สุดยอดเลยน้า  like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Highfly ที่ 09-09-2013, 13:06:58
สาย Furutech เข้าหัว FI-50 ได้งามเมพ สงสัยคนเข้าสายให้ต้องหล่อเทพแน่ๆเลย  1140
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: พจน์หลังสวน ที่ 09-09-2013, 13:53:30
 like like like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: rich13 ที่ 09-09-2013, 16:03:48
 {!!!} 8) สุดยอดมากครับน้า

ขอบคุณมากๆครับ สำหรับสิ่งดีๆที่มีให้เพื่อนๆ  like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 09-09-2013, 16:51:11
สาย Furutech เข้าหัว FI-50 ได้งามเมพ สงสัยคนเข้าสายให้ต้องหล่อเทพแน่ๆเลย  1140
นอกจากคนเข้าสายให้จะหล่อเทพแล้ว สายที่ได้ยังเมพขิงๆอีกด้วยคร้าบบ.. {A2}
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: konnonth ที่ 09-09-2013, 17:31:20
แค่อ่านก็เหนื่อยแล้ว

ไม่อยากนึกเลยว่า เดินสลับสาย ไปมา กว่าจะครบมาเป็นบทความได้จะนานขนาดไหน


นับถือมากครับ สุดยอดจริง ๆ like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: wrh ที่ 09-09-2013, 17:37:16
สุดยอดครับ ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันความรู้ดีๆครับผม
 like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: วิชาญ@Paradise ที่ 09-09-2013, 18:36:29
 like like like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: lnwolala ที่ 09-09-2013, 18:36:59
ขอบคุณรีวิวดีๆอย่างนี้ครับ like กว่าจะเสร็จคงจะเหนื่อยมากเลยง้าบ 1138
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: sakeyo ที่ 09-09-2013, 19:05:44
 like like like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: w-work ที่ 09-09-2013, 20:20:18
ของจริงต้อง รีวิว แบบนี้ ละเอียดยิบ  like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Sirkainui ที่ 11-09-2013, 15:53:31
ขอบคุณมากครับ  8)
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: blackhowk ที่ 13-09-2013, 13:20:00
 like  นี่แหละ..สุดยอดครับ.. like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: หน่อย(พัทยา) ที่ 13-09-2013, 19:01:23

เอาความสุดยอดของสายไฟทั้งหมดมารวมกัน ผมว่ายังสุดยอดน้อยกว่าคนทำรีวิวเยอะครับ นับถือ นับถือ ทำได้สุดยอดจริง  8) 8) 8) <cool> <cool>
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: sittichai ที่ 13-09-2013, 20:45:26
 {hot} {hot} {hot}
 like like like
 happy happy รีวิวได้สุดยอดเลยครับน้า แล้วสายที่นำมารีวิว ราคาก็ไม่สูงเกินเอื้มด้วยครับ  happy happy
 1116
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: smilejung ที่ 13-09-2013, 21:43:46
 8) 8) 8)
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 13-09-2013, 22:14:59
ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับทุกๆคำขอบคุณและกำลังใจที่ได้รับอย่างท่วมท้นครับ.. :05

ผมเองก็ยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ใจจริงที่เริ่มทำก็เพราะอยากได้ข้อมูลในลักษณะนี้ แต่หาไม่ค่อยได้ ก็เลยทำมันเองซะเลย  {ho}

ถ้าเพื่อนๆ น้าๆ ท่านใดเคยลองสายที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวหรือใกล้เคียง แล้วมาช่วยกันเสริมข้อมูลในมุมอื่นๆ หรืออาจจะมีความเห็นที่ต่างออกไปแล้วมาช่วยกันแชร์ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยนะครับ

ยังไงอีกไม่ช้าจะนำรุ่นอื่นๆที่น่าสนใจในราคาไม่เกิน 4 หมื่นมาประลองเพิ่มอีกซัก 2-3 รุ่นดูครับ..
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: wrh ที่ 14-09-2013, 00:10:19
สุดยอดครับ เป็นแนวทางให้มือใหม่เรื่องสายไฟอย่างผมได้ดีมากๆเลยครับ
 like like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: popoka ที่ 16-09-2013, 16:26:49
สุดยอดเลยครับ  8) ถ้ารวมตัวเพื่อนในวงการเพิ่มขึ้น คงได้ครบทุกยี่ห้อแน่ครับ ^^
แต่คงสรุปผลไม่ไหว เพราะหมดแรงครับ นับถือครับ สุดยอดดดด ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: merpong ที่ 16-09-2013, 17:07:25
 happy1 happy1
 
Clap Clap Clap

 like like like
 
1112
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: chaiwat ที่ 16-09-2013, 18:50:37
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับคุณ Oat สุดยอดมากๆครับ
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Piyanas ที่ 17-09-2013, 00:14:05
โอ้ อ่านแล้ว  เยี่ยมจริงๆครับ

สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งและอยากจะเสริมก็คือว่า สายไฟแต่ละเส้น เปลี่ยนเข้าไปในแต่ละจุดของ System ก็ให้คุณภาพที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเติมเต็ม System นอกจาก จะต้องมีสายไฟ คุณภาพสูงแล้ว ยังต้องเติมแต่งให้ถูกจุดอีกด้วยครับ

 สุดยอดจริงๆครับ กระทู้นี้ ('o',)
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 18-09-2013, 18:21:03
   หลังจากที่ไปเสาะแสวงหาสายไฟที่น่าจะเข้าตากรรมการมาเข้าร่วมประลองในครั้งนี้เพิ่มเติมซัก 2-3 เส้น ผมได้มีโอกาสทดลองฟังเสียงจากสายไฟมากมายหลายยี่ห้อทั้งที่คุ้นหูและที่ไม่ค่อยจะเคยได้ยินกันก็มี ยกตัวอย่างเช่น
   Kimber Kable PK-10 เข้าหัว Wattgate ทอง (330i, 350i)
   Acrolink 7n-p4030ii เข้าหัว Oyaide P004/C004
   Oyaide Tunami เข้าหัว Oyaide 079
   ซึ่งแต่ละเส้นนั้นก็เป็นสายที่ดีและมีจุดอ่อนจุดแข็งในตัว แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะสามารถเอาชนะสายที่ประจำการอยู่ในระบบของผมได้ ถ้าวัดกันเฉพาะในตำแหน่งที่มันถนัดนะครับ ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด จนกระทั่งผมได้ศึกษาข้อมูลในต่างประเทศอย่างจริงๆจังๆ และก็ได้ค้นพบสายยี่ห้อหนึ่ง ก็คือ HiDiamond ซึ่งเป็นยี่ห้อจากประเทศ Italy ที่เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างในระยะหลังๆ
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-0338_52398C5C.jpg)
   ผมนั่งอ่านเวบบอร์ดเครื่องเสียงที่นิยมๆกันใน 3 ประเทศ อเมริกา แคนาดา และอังกฤษ เมื่อไรก็ตามที่มีการพูดถึงสายเส้นนี้ขึ้นมา ผลตอบรับจากผู้ใช้จะชื่นชมกันอย่างล้นหลาม ทั้งนักเล่นระดับ Hi-End, นักวิเคราะห์, ตัวแทนจำหน่าย หรือแม้แต่ คอลัมนิสต์จากนิตยสารชื่อดังหลายฉบับ มักให้ความเห็นเดียวกันว่า มันเป็นสายที่ดีที่สุดในระดับ Mid-End โดยไม่ต้องเกี่ยงราคา (ซึ่งผมเข้าใจเอาเองว่า ถ้าเจอกับสายใดๆในราคาต่ำแสนลงมาแล้วล่ะก็ ไร้คู่ต่อกรกันเลยทีเดียว) โดยให้คำนิยามว่า มีความเป็นกลางและเที่ยงตรงสูงมาก ผู้เขียนบทความบางท่านกล่าวว่าใช้สาย HiDiamond ในการทดสอบระบบ เพราะเมื่อใส่สายไฟ HiDiamond รุ่น HD 3 หรือ HD 4(รุ่นท็อป) เข้าไปแล้วล่ะก็หากเสียงยังไม่ดีแปลว่าระบบนั้นยังไม่สมบูรณ์ เพราะมันไม่เคยฉุดระบบใดๆในทุกๆแง่ให้แย่ลงเลย (ว่าไปโน่น.... M#5) นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องรายละเอียด เวทีมิติเสียง ความสมจริงต่างๆนาๆ ที่หาข้อเสียไม่มี
   ผมเลยลองคุยกับคุณชัยวัฒน์ว่าเคยคิดเอาสาย HiDiamond มาขายหรือไม่ ซึ่งคุณชัยวัฒน์ก็บอกว่าเคย เพราะข้อมูลที่ได้รับใกล้เคียงกันกับผมนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะมันยังไปได้ไม่สุด เค้าไม่มีแผนการผลิตรุ่นที่สูงกว่านี้ (จบที่รุ่น HD 4) เท่านั้น แต่ผมก็ยังคิดว่า “แค่รุ่น HD 4 นี่ก็ปาเข้าไป 7 หมื่นกว่าแล้ว อย่างเราคงไม่ต้องสุดกว่านี้หรอก ไม่มีตาางงงค์ M#2 “
   หลังจากนั้นผมก็เลยรีบทุรนทุรายไปหาสายรุ่น HiDiamond 3(ในรูปเป็นแค่ HD 2 แต่หน้าตาคล้ายๆกันครับ) โดยซื้อจากตัวแทนในประเทศไทยมาลองฟังเป็นการด่วน โดยมีราคาค่าตัวประมาณ 2 หมื่นบาท เมื่อได้นำมาลองกับระบบที่บ้าน ผมคิดไว้ก่อนเลยว่า สายระดับนี้แล้ว ไม่ต้องลองกันให้มาก จับชนตัวยืนในแต่ละจุดแบบเข้ารอบชิงไม่ต้องเตะ play off ไปเลยแล้วกัน  ผลที่ได้ในความคิดของผมคือ ไม่มีจุดไหนเลยที่ มันจะเอาชนะตัวยืนเดิมที่ประจำการอยู่ได้ แต่มันก็ไม่ได้ขี้เหร่นะครับ จะทำได้ในระดับกลางๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น
   ตำแหน่ง CD Player Rotel แม้จะสู้ In-Wall หรือ Nordost ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่า WireWorld หรือ AQ NRG10
   ตำแหน่ง Power Amp ย่านเสียงสูง ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่า AQ NRG10 กับ Nordost 
   ตำแหน่ง Power Amp ย่านเสียงต่ำ ก็เช่นกัน ยังคงแพ้ Furutech Carbon และ WireWorld แต่ยังเหนือกว่า Nordost และ In-Wall
   สุดท้ายตำแหน่งเครื่องกรองไฟ เสียงที่ได้ก็ไม่เท่า Furutech Carbon แต่ก็ไม่เป็นรอง WireWorld และ In-Wall อยู่ดี

   ผมสรุปเอาเองว่ามันเป็นสายที่เที่ยงตรง ให้ความเป็นจริงของดนตรีสูง มายังไงไปอย่างงั้น ไม่ค่อยมีการปรุงแต่ง เสียงทุ้ม กลาง แหลม ทำได้ในระดับกลางๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น รายละเอียดก็มีพอประมาณ แต่ยังหาจุดแข็งจริงจังๆไม่เจอ
นี่ถ้านักวิจารณ์ระดับโลกทั้งหลายเค้ามาเห็นผม Review แบบนี้ ผมคงโดนต้องไล่ออกนอกวงการแน่ๆ
ยังไงเดี๋ยววันศุกร์นี้ช่วงเที่ยงๆ เพื่อให้หายข้องใจ ผมจะขอนำสายเส้นนี้ไปให้ทีมงาน Fortune เพื่อให้ น้าอั๋น อาร์ต น้องโอ ช่วยฟังเป็นสักขีพยานด้วยนะครับ ว่าหูผมมันเพี้ยนรึเปล่า
ป.ล. สายเส้นนี้เป็นสายใหม่แกะกล่องนะครับ ยังไม่ได้เบิร์นใดๆทั้งสิ้น


   มาถึงเส้นสุดท้าย(ที่ผมภูมิใจนำเสนอมาก) ซึ่งผมขอตั้งฉายาให้มันว่าเป็นจอมล้มแชมป์ แล้วกันนะครับ เจ้านี่คือ สายไฟ NeoTech NEP-1001 Pure Silver ซึ่งผมตามหามานานแล้ว
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-BCB1_52398C85.jpg)
   NeoTech เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆให้กับ บริษัทใหญ่ๆ หลายค่ายในโลกเกือบสิบยี่ห้อ เช่น Acoustic Zen หรือแม้แต่ Kimber Kable เป็นต้น โดยที่เจ้าตัวกลับไม่ทำการตลาดให้กับแบรนด์ตัวเองเท่าที่ควร แต่นั่นก็ทำให้สินค้า NeoTech สามารถผลิตของคุณภาพสูงได้ในราคาต่ำนั่นเอง สำหรับสายไฟเส้นนี้ เป็นรุ่นท็อปสูงสุด ซึ่งในปัจจุบันคงมีสายไฟไม่กี่เส้นในโลกที่ใช้แกนนำเป็นเงินแท้ทั้งหมด โดยNeoTech ได้ใช้เทคโนโลยี UP-OCC กับสายไฟเงินขนาด 9AWGเส้นนี้ ทำให้เสียงที่ได้มีทั้งเสียงปลายแหลมและรายละเอียดที่ดีเยี่ยม ประกอบกับเสียงย่านกลางต่ำที่สมดุลและลงตัว แต่สำหรับราคาค่าตัวนั้น ผมได้สอบถามไปยังตัวแทนในยุโรปและอเมริกา ได้คำตอบมาว่า สายเส้นนี้จะขายให้กับตัวแทนจำหน่ายของแต่ละประเทศเท่านั้นซึ่งมีอยู่ไม่กี่ที่ในโลก และในเมืองไทยก็ไม่ได้มีเป็นหลักแหล่งมากมายอะไร จะมีก็บางชิ้นบางประเภทเท่านั้น ซึ่งหากผมสั่งซื้อซัก 100 เมตร ก็จะได้ราคาถูก(บ้าไปแล้ว จะเอาไปทำอะไร) แต่ถ้าสั่งมาแค่ 10-20 ฟุต ก็จะโดนไป “ฟุตละ” 8-9 พันบาท ตกเส้นนึงซัก 1.5 m ก็คงราวๆ 4 หมื่นบาท {!!!} ยังไม่รวมหัว เพราะไม่ได้ถามถึงสายแบบ Package ซึ่งก็มีเช่นกัน

   ถึงตรงนี้ผมชักเริ่มเศร้า เฮ้อ.. สงสัยจะอด แต่ก็มีอยู่วันหนึ่งผมไปเจออาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งก็พอเป็นที่รู้จัก และมักจะเจอท่านในงานเครื่องเสียงอยู่เสมอ ปรากฏว่าในsystem ที่ท่านโชว์อยู่ ใช้สายเส้นนี้แบบ Package อยู่กับเครื่องเล่น CD พอเข้าไปสอบถาม ท่านบอกว่าเมื่อก่อนเคยสั่งของ Neotech มาขายอยู่บ้าง แต่สายเส้นนี้มีอยู่เส้นเดียว เอาไว้เสียบตอนออกงานโชว์มาตลอด เสียงดีระดับสาย 8-9 หมื่น ผมเลยเข้าไปขอร้องและออดอ้อน(แทบกราบ..)ว่าผมอยากได้สายเส้นนี้มาก หามานาน ขายให้ผมได้หรือไม่ ท่านตอบว่า ขายแล้วจะเอาอะไรไว้เสียบเวลาโชว์ เพราะไม่มีเส้นไหนที่ท่านขายอยู่เสียงดีกว่านี้ แต่หลังจากทนลูกอ้อนผมไม่ไหว.. ท่านก็ตกลงขายให้ผมแบบราคากันเองมือสอง(เอาเป็นว่ายังอยู่ในสังเวียนนี้ได้ เพราะราคาสูสีกับคู่แข่งอื่นๆ) พอได้ของเสร็จ ผมรีบวิ่งกลับบ้านแบบไม่เหลียวหลัง(กลัวท่านเปลี่ยนใจ {Z})
เมื่อถึงบ้านก็รีบนำมาเสียบฟังแบบเข้ารอบชิงเช่นเดิม คราวนี้ต้องตั้ง นะโม ก่อนฟังว่าอย่าให้เหลวอีกเลย จะหมดมุขแล้ว ผลที่ได้คือ

รอบแรก ตำแหน่ง CD Player   NeoTech NEP-1001 Silver   VS   JPS Labs In-Wall หัว Furutech F11(R)
   ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าจะเจอคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่า In-Wall เสียงมีรายละเอียดที่ดีกว่า รวมทั้ง Dynamic การผ่อนรับ การเร่งของเสียงทำได้ราบลื่นไม่มีที่ติ มีการคุมจังหวะที่แม่นยำกว่าเล็กน้อย เสียงร้องดูชัดเจน แต่ก็มีพลังและเนื้อหนังที่ไม่บางเกินไป แต่อาจจะมีด้านความโปร่งใสที่ดูยังกิน In-Wall ไม่ลงอยู่นิดๆ
และเมื่อเทียบกับ Nordost Heimdall II ในตำแหน่งเดียวกันนี้  NeoTech สามารถทำได้แทบทุกอย่างที่ Nordost ทำได้ แต่เรื่องความหนักแน่น และพละกำลังที่หายไปจาก Nordost นั้น ยังคงมีอยู่ครบเช่นเดิมไม่หายไปไหน

รอบ 2 ตำแหน่ง Power Amp ย่านเสียงต่ำ   NeoTech NEP-1001 Silver   VS   JPS Labs AC +
   โดยภาพรวม NeoTech ยังคงทำได้ดีกว่าเช่นเดิม เสียงย่านกลางมีความโดดเด่น และยังคงเอชนะไปได้ด้วย Dynamic และการคุมจังหวะที่ดีกว่า แต่เสียงเบสนั้น ถ้าตั้งใจฟังซัก 3-4 รอบก็พอจับได้ว่าเบากว่า AC + อยู่เล็กน้อย ถือว่าสามารถผ่านเข้าสู่รอบรอง ไปพบกับ AudioQuest NRG ได้ครับ


รอบ 3 ตำแหน่ง Power Amp ย่านเสียงสูง   NeoTech NEP-1001 Silver   VS   AudioQuest NRG-10 เข้าหัว AudioQuest NRG-500
     สำหรับด่านนี้ต้องถือว่าหินไม่ใช่เล่น เพราะความหวานและเสียงร้องของ AQ NRG ยังคงตราตรึงใจผมอยู่ไม่รู้ลืม เมื่อเริ่มประชันกันนั้น NeoTech ก็เฉือนขึ้นนำอย่างไม่น่าเชื่อ เสียงร้องมีความชัดเจนกว่า แต่ก็สามารถทอดตัวได้ยาวเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถเฉือนหวิวไปได้ด้วยการแยกเสียงเครื่องดนตรีประเภทโลหะทั้งหลายได้อย่างเด่นชัด ลูกกรุ๊งกริ๊ง และตำแหน่งของเครื่องเคาะถูกแยกออกมาอย่างเป็นอิสระ เอาล่ะสิครับ สายเดิมๆที่บ้านผมเริ่มน้อยใจแล้ว ขอส่งไปเข้ารอบชิงเจอพี่ใหญ่เลยแล้วกัน

รอบชิงชนะเลิศ ตำแหน่งเครื่องกรองไฟ   NeoTech NEP-1001 Silver   VS   Furutech Alpha-3 เข้าหัว Furutech F50 (Carbon)
     ถึงตอนนี้ Furutech Carbon ต้องแบกศักดิ์ศรีของเพื่อนๆสู้สุดชีวิตแล้วล่ะครับ เพราะโดนกันมาเรียงตัวเลย เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด ปรากฏว่าทำได้เสมอกันในครึ่งแรกจากรายละเอียดต่างๆ ที่นำเสนอให้ได้ยินอย่างไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งเสียงหายใจ และเสียงลมแผ่วๆที่ค่อยๆผ่านซอกฟันออกมา ผมนั่งจับผิดจนแทบจะเป็นบ้า ก็ยังคงแยกไม่ออกจริงๆ หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง Furutech Carbon ก็ยิงประตูขึ้นนำไปด้วยความหนักแน่นของดนตรี อีกทั้งความโปร่งชัดและสดใสจากอิทธิพลของ Rhodium ในตัว ก็แสดงออกมาให้ได้เห็นกันมากกว่านิดหน่อย แต่ก็นำได้อยู่ไม่นานครับ NeoTech ตีเสมอได้จาก ความละมุนละไมของเสียงที่นุ่มนวล ซึ่งทำได้ดีกว่า Alpha-3/Carbon ซึ่งยังมีความจัดจ้านอยู่นิดๆ แต่ไม่มีให้เห็นกับสาย UP-OCC Silver เลย และแล้ว NeoTech ก็มาได้ประตูชัยขึ้นนำในช่วงทดเวลาเจ็บ จากความหวานของเนื้อร้องและความเป็นดนตรีที่ทำได้ดีกว่า แต่โชคร้ายที่กรรมการเป่าเสียงนกหวีดซะก่อน ในรอบชิงนี้ NeoTech จึงทำได้เพียงเสมอแบบน่าชนะ...

     ต้องขออภัยด้วยนะครับ พอดีช่วงนี้ดูบอลดึกๆบ่อย เลยเขียนผสมปนเปกันมั่วไปหมด..

   ยังไงลำพังผมคนเดียวอาจตัดสินได้ไม่ยุติธรรม ถ้าท่านใดสนใจ วันศุกร์นี้ช่วงเที่ยงๆ ผมจะนำสายทั้งสองเส้นนี้ HiDiamond 3 กับ NeoTech NEP-1001 เข้าไปให้น้าๆที่สาขา Fortune ช่วยตัดสินอีกที กับผลที่ได้ว่าเป็นเช่นไรกันแน่ แล้วจะมาแจ้งให้ทราบต่อไปครับ
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: wrh ที่ 18-09-2013, 22:42:58
ภาคต่อก็ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมครับ ขอบคุณที่มาแชร์ความรู้ดีๆให้นะครับ  8)
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 20-09-2013, 19:46:05
   และแล้วช่วงบ่ายวันนี้ผมก็ได้นำสายไฟทั้ง 2 เส้น(HiDiamond 3 กับ NeoTech NEP-1001 Silver) เข้าไปให้น้าๆที่สาขา Fortune ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยตัดสินให้อย่างเป็นเอกฉันท์ซะที ถึงแม้วันนี้น้าอั๋นจะไม่อยู่ แต่ก็โชคดีที่ได้คุณโอและคุณอาร์ตมาช่วยฟัง ซึ่งโดยส่วนตัวก็รู้สึกชื่นชอบแนวการฟังของคุณโออยู่ไม่น้อย เพราะมักจะให้ความคิดเห็นด้านแนวเสียงต่างๆได้ตรงใจผมนั่นเอง {ho}
   พอได้ฟังข้อมูลเบื้องต้นจากผมแล้วเราก็เห็นพ้องตรงกันว่า คู่ปรับที่น่าจะสมน้ำสมเนื้อและมีแนวเสียงที่ไม่ไกลกันมาก ก็น่าจะเป็นเจ้า Acoustic Art Silver [ราคาประมาณ 18,000 บาท] นั่นเองครับ
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-22A6_523C42B8.jpg)
   
   เอาล่ะมาเริ่มรอบแรกกันเลยดีกว่า   HiDiamond 3   VS   Acoustic Art Silver
     เราทำการทดสอบด้วยระบบฟังเพลง 2 Ch โดยใช้เสียบกับ เครื่องเล่น CD Acoustic Art ขับลำโพง Proac D40R หลังจากที่ได้ฟังเสียงจากสายไฟทั้ง 2 เส้นแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าแม้สาย HiDiamond 3 จะสามารถทำได้ดีกว่าเล็กน้อย ในด้านความชัดเจนของเสียงย่านแหลม และดูมีรายละเอียดเล็กๆน้อยที่ดีกว่าแบบแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่ นอกจากนี้เสียงยังมีความเปิดโปร่งและฟังดูสดใส ซึ่งคุณโอก็ให้ข้อแนะนำว่าหากนำไปใช้กับระบบจอภาพ เจ้านี่ก็น่าจะทำได้ดีไม่หยอกเช่นกัน
     แต่สุดท้ายแล้วเรากลับต้องยอมให้ Acoustic Art Silver เป็นผู้ชนะผ่านเข้ารอบไปได้ ด้วยความหวานเนียนละมุนละไมที่สูงกว่า เสียงเพลงมี Dynamic ที่ดีกว่า เรียกว่าช่วยให้เข้าถึงอารมณ์เพลง และสามารถสร้างความเป็นดนตรีที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีเนื้อเสียงรวมถึงความหนักแน่นของเบสที่ให้น้ำหนักที่มากกว่าอย่างที่รู้สึกได้ไม่ยากอีกด้วยครับ
     พอมาถึงตรงนี้ ผมเลยต้องงัดไม้ตาย ขอนำเจ้า NeoTech NEP-1001 Silver มาแก้มือซะหน่อย


  Acoustic Art Silver   VS   NeoTech NEP-1001 Silver
  เมื่อพวกเราได้ลองฟังกันแล้ว ผลที่ได้ก็ทำให้ผมพอยืดได้เล็กน้อยแบบไม่เสียหน้ามากครับ แหะๆ เพราะทันทีที่ได้เริ่มฟัง NeoTech เส้นนี้ ก็รู้สึกได้ทันทีถึงความสงัดของเสียงที่สะอาดมากๆ และเมื่อถึงคราวที่เสียงดนตรีและตัวโน้ตต่างๆเริ่มโหมขึ้นมา ก็แสดงให้เห็นถึงพละกำลังที่มหาศาลจริงๆ เสียงมี Dynamic Contrast และการผ่อนหนักผ่อนเบาที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก รวมถึงเวทีเสียง และมิติต่างๆก็ยังสามารถทำได้ดีกว่าเล็กน้อย ซึ่งก็ส่งผลให้เจ้า NeoTech ได้เป็นผู้ชนะใน Match นี้ไปแบบไม่ยากเย็นนัก


   แต่หากมองถึงการเทียบรุ่นแล้ว เจ้า NeoTech อาจจะเป็น Series ที่สูงกว่าอยู่ซักหน่อย ทางคุณโอจึงขอส่งคู่ต่อสู้แบบฟ้าประทาน ซึ่งก็คือ JPS Labs Kaptovator ในตำนานนั่นเอง
(http://www.piyanaswebboard.com/hosting/image-7699_523C4327.jpg)

   เรียกได้ว่าเป็นศึกมหาเทพ “เอล กลาซิโก” ขนาดย่อมๆเกิดขึ้นในห้องฟังเพลงที่สาขา Fortune เลยทีเดียวครับ  {A2}
   ระหว่าง   JPS Labs Kaptovator   VS   NeoTech NEP-1001 Silver

   เมื่อเริ่มต้นฟังดูแรกๆนั้น ยังมีความสูสีคู่คี่ในเบื้องต้น ทั้งคู่ทำได้ดีในด้านการแยกเสียง ทั้งเสียงกลางแหลม ก็ให้รายละเอียดออกมาได้ใกล้เคียง หรือจะเป็นความหนักแน่นของเสียงเบสในย่านต่ำก็ยังคงกินกันไม่ลงอยู่ดี นอกจากนี้แม้จะมองไปในเรื่องความสงัดของเสียงเจ้า NeoTech ก็ยังคงขึ้นนำไม่ได้ เรียกว่าหนีไม่ออกเลยทีเดียวครับ
   เมื่อเวลาผ่านไปถึงช่วงกลางของการประลอง Kaptovator ก็เริ่มวาดลวดลายที่เหนือชั้น และฉีกตัวขึ้นนำ จากเวทีและมิติของเสียง ซึ่งมีความลึกของดนตรีและSound Stage ที่ดีกว่า ความละมุนละไมและพิถีพิถันของน้ำเสียงนั้น ทำได้แนบเนียนกว่า ถึงแม้ NeoTech จะสามารถตีตื้นมาด้วย พละกำลังที่สูงส่ง โดยเฉพาะเมื่อพ้นช่วง Intro และเข้าสู่ช่วงพีคของเพลง ซึ่งสามารถทำให้เกิดความรู้สึกที่โอ่อ่ายิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะแซงขึ้นนำ Kaptovator ได้
   จนในที่สุด เจ้าKaptovator ก็มาได้ประตูตอกฝาโลง ยืนยันชัยชนะไปได้ ด้วยการแยกตำแหน่งชิ้นดนตรีต่างๆ ที่สามารถแยกแยะแจกแจงออกมาเป็นชิ้นๆอย่างหลุดลุ่ย กระจัดกระจายไปทั่วห้อง จนรู้สึกได้ถึงตำแหน่งของนักร้อง กีตาร์ เบส กลอง หรือแม้แต่กระเดื่องและฉาบ ที่สมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่ามีกลิ่นอายของ Aluminata โชยมาให้ได้สัมผัสกันพอหอมปากหอมคอเลยทีเดียว
   หลังจากดื่มด่ำกับความเป็นดนตรีที่สมจริงมากๆได้ซักพัก ผมก็ตัดสินใจวางเงินมัดจำเจ้า JPS Labs Kaptovator ไว้เรียบร้อยโรงเรียนปิยนัส ฟอร์จูน  ระหว่างนี้ก็เฝ้ารอให้ถึงวันที่ผมได้เจ้าของสถิติค่าตัวสูงสุดไปเข้าร่วมทีมเมื่อไหร่ คงนอนฟังเพลงอยู่บ้านแบบไม่ยอมออกไปไหนกันเลยทีเดียวครับ... 1140
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: konnonth ที่ 21-09-2013, 07:48:59
สรุปสุดท้าย ลองเพื่อ "เสียเงิน"  นี่เอง  <<grinA>> <<grinA>>


ชอบข้อเขียนกระทู้นี้มากครับ  เขียนต่อเรือย ๆ อย่าขึ้นกระทู้ใหม่นะครับ

ทำให้เป็นสตาร์วอร์ 9 ตอนจบเลย  8) 8)


 like like
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: konnonth ที่ 30-09-2013, 09:16:04
แอบเห็น

Pre/Pro                : Rotel RSP-1572          / AC JPS Labs Kaptovator

คงต้องมาเขียนต่อได้แล้วนะครับ  {ho}


ถ้าเป็นไปได้ ลองสลับไปเสียบ CDP ด้วย อยากทราบผลเหมือนกัน  #Think#
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 30-09-2013, 09:53:12
ไว้่ว่างๆ จะจัดให้ครับผม...

ช่วงนี้กำลังบ้าอยู่กับสาย RCA น่ะสิครับ เดี๋ยวอีกไม่นานคงต้องขึ้นกระทู้ใหม่ "Review สุดยอดสาย RCA แห่งยุค"

ตัวที่เข้าประกวดก็ที่เห็นๆเลยครับ

AQ : Sky, Colorado, Columbia
JPS Sup-3
NeoTech NEI-1001
HiDiamond
์Nordost Heimdall II
อะไรประมาณนี้ล่ะครับ  {Z}
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: konnonth ที่ 30-09-2013, 10:25:57
ไว้่ว่างๆ จะจัดให้ครับผม...

ช่วงนี้กำลังบ้าอยู่กับสาย RCA น่ะสิครับ เดี๋ยวอีกไม่นานคงต้องขึ้นกระทู้ใหม่ "Review สุดยอดสาย RCA แห่งยุค"

ตัวที่เข้าประกวดก็ที่เห็นๆเลยครับ

AQ : Sky, Colorado, Columbia
JPS Sup-3
NeoTech NEI-1001
HiDiamond
์Nordost Heimdall II
อะไรประมาณนี้ล่ะครับ  {Z}


รออ่านเลยครับรีวิวชุดนี้


เผื่อจะตามไปบ้าต่อบ้าง แอบเห็นลงขายอยู่ น้ำลายหยด แต่น้ำตาริน เพราะน้ำเงินถดถอย  M#2
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Artist Ferguson ที่ 30-09-2013, 12:07:25
ไว้่ว่างๆ จะจัดให้ครับผม...

ช่วงนี้กำลังบ้าอยู่กับสาย RCA น่ะสิครับ เดี๋ยวอีกไม่นานคงต้องขึ้นกระทู้ใหม่ "Review สุดยอดสาย RCA แห่งยุค"

ตัวที่เข้าประกวดก็ที่เห็นๆเลยครับ

AQ : Sky, Colorado, Columbia
JPS Sup-3
NeoTech NEI-1001
HiDiamond
์Nordost Heimdall II
อะไรประมาณนี้ล่ะครับ  {Z}


รออ่านเลยครับรีวิวชุดนี้


เผื่อจะตามไปบ้าต่อบ้าง แอบเห็นลงขายอยู่ น้ำลายหยด แต่น้ำตาริน เพราะน้ำเงินถดถอย  M#2

ไม่อุดหนุนเค้าๆๆๆๆ    M#2
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: เด่น(เซียร์รังสิต) ที่ 01-10-2013, 12:26:58
..........

รีวิวได้ดีมากครับ ทั้งเนื้อหาและรูปประกอบครับ   like like



 1138 1138 1138

หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: smilejung ที่ 01-10-2013, 13:42:31
แจ่มครับ หลากหลายดีแท้ แต่ปิยะนัสก็คัดสรรแต่ สิ่งที่คิดว่าดีกว่า มาตลอด ขอคารวะจริงๆ  8)
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Artist Ferguson ที่ 01-10-2013, 14:15:11
แจ่มครับ หลากหลายดีแท้ แต่ปิยะนัสก็คัดสรรแต่ สิ่งที่คิดว่าดีกว่า มาตลอด ขอคารวะจริงๆ  8)


น้าน่ะเอากะเค้าสักเส้นม๊ายยยยยยยยยยยยยยย   {A2}
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Blue Falcon ที่ 01-10-2013, 15:12:31
ไม่อุดหนุนเค้าๆๆๆๆ    M#2

โอ๋ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง...

ตอนนี้เค้ากำลังปล่อยของเกือบหมดเลย เค้าจะไปอุดหนุน JPS Aluminata กับ Kaptovator น้าไง ลำโพงด้วยนะ <38074>

ดีมั๊ย ๆ
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: Artist Ferguson ที่ 01-10-2013, 21:51:30
ไม่อุดหนุนเค้าๆๆๆๆ    M#2

โอ๋ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง...

ตอนนี้เค้ากำลังปล่อยของเกือบหมดเลย เค้าจะไปอุดหนุน JPS Aluminata กับ Kaptovator น้าไง ลำโพงด้วยนะ <38074>

ดีมั๊ย ๆ



กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  เค้าจะรอๆๆๆ   {A2}
หัวข้อ: Re: Review สายไฟยอดนิยม 6 เส้น(เพิ่มเป็น10แล้วครับ) ในราคาไม่เกิน 4 หมื่นบาท
เริ่มหัวข้อโดย: rich13 ที่ 02-10-2013, 12:44:09
ไม่อุดหนุนเค้าๆๆๆๆ    M#2

โอ๋ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง...

ตอนนี้เค้ากำลังปล่อยของเกือบหมดเลย เค้าจะไปอุดหนุน JPS Aluminata กับ Kaptovator น้าไง ลำโพงด้วยนะ <38074>

ดีมั๊ย ๆ



กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  เค้าจะรอๆๆๆ   {A2}

 กรี๊ดดดดดดดดดด ด้วย  {!!!}